การประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกถือครองที่สาธารณประโยชน์ “บุ่งสระพัง”

     เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๗ เวลา ๐๘.๐๐-๑๐.๐๐ น. นายคันฉัตร ตันเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานการประชุมกรณีการบุกรุกถือครองที่ดินสาธารณประโยชน์"ฟากบุ่งสระพัง"และพอ.เวิน จำปาสา รอง ผอ.รมน.อุบลราชธานี พร้อมคณะทำงานเข้าร่วมขับเคลื่อนการแก้ปัญหาบุกรุกที่สาธารณะบุ่งสระพัง ต.กุดลาด อ.เมือง จว.อุบลราชธานี หลังชาวบ้านร้องเรียนกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีนายทุนบุกรุกพื้นที่สาธารณะซึ่งเป็นพื้นที่มีการออกโฉนดที่ดินงอกเกิดสันดอนในแม่น้ำมูลจังหวัดอุบลราชธานี ที่ ห้องประชุม กอ.รมน. จังหวัดอุบลราชธานี ชั้น ๔ ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี มีผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน ๑๕ คน ซึ่งเป็นตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
๑)นายคันฉัตร ตันเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี
๒)พ.อ.ไชยอนันต์ คำชุ่ม รองผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดอุบลราชธานี
๓)ที่ดินจังหวัดอุบลราชธานี
๔)พ.อ.เวิน จำปาสา ผอ.กอ.รมน.จังหวัดอุบลราชธานี
๕)นายกฤตรัตนชัย ทองเรือง นายก อบต.กุดลาด องค์การบริหารส่วนตำบลกุดลาด
๖)อำเภอเมืองอุบลราชธานี
๗)ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
๘)ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๗
๙)พ.ต.อ.สมพจน์ ขอมปรางค์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี
ซึ่งสรุปความเห็นของคณะกรรมการสืบสวนดังนี้
๑.พิจารณาให้ดำเนินการเพิกถอน โฉนดที่ดิน“ฟากบุ่งสระพัง” ทั้ง ๔๖ แปลง
๒.ดำเนินคดี กับนายประสาน เรืองกาญจนเศรษฐ์กับพวกที่เข้ายึดครองที่สาธารณะประโยชน์
โดยมิชอบ
๓.เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการออกโฉนดที่ดินดังกล่าวจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง

     ข้อพิจารณา/แนวโน้มในการแก้ไขปัญหา

     เนื่องจากพื้นที่ทั้งหมดยังเป็นป่าส่วนใหญ่ที่อยู่ติดริมแม่น้ำมูลมีการปลูกต้นยูคาลิปตัสทิ้งไว้ คาดว่าจะปลูกมาตั้งแต่สมัยนายทุนเข้ามาซื้อที่ดินทิ้งไว้ โดยพื้นที่ ๑,๖๐๐ ไร่ มีการออกโฉนดทั้งหมด ๔๖ แปลง ยังไม่มีการแผ่วถางหรือถมดินก่อสร้างใดๆ บริเวณดังกล่าวยังถือเป็นพื้นที่แก้มลิงแอ่งใหญ่ของชาวตำบลกุดลาด ในฤดูน้ำหลากด้วย หากอนาคตมีสิ่งก่อสร้างเข้ามาขวางทางน้ำ จะทำให้บ้านเรือนของประชาชนในตำบลกุดลาดกว่า ๑,๐๐๐ ครอบครัวได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างแน่นอน

     หลังชาวบ้านร้องเรียนกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จังหวัดได้ตรวจสอบนายทุนบุกรุกพื้นที่สาธารณะ โดยพ.ต.อ.สมพงษ์ ขอมปรางค์ รองผบก.ภ.จ.อุบลราชธานี แจ้งว่า จากการลงสำรวจตรวจสอบเอกสารและพยานกว่า ๓๐ปาก ทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวกลุ่มนายทุน(นายประสาน เรืองกาญจนเศรษฐ์)ได้มาโดย เป็นพื้นที่จับจองมาก่อนตั้งแต่ปี ๒๕๓๓จำนวน ๑๕๐ไร่ ก่อนออก นส.๓ในปี ๒๕๓๔แล้วมีโครงการจัดสรรที่ดินทำกิน ตามอัตภาพ
ในปี ๒๕๔๘ กลุ่มนายทุนได้ทำการขยายพื้นที่ออกให้มีการรังวัด ๔๖แปลง ๑,๔๐๐ไร่ มีชื่อผู้ออกโฉนดซ้ำซ้อนกันไม่ให้เกิน ๕๐ไร่ต่อแปลง และในโฉนดที่ออกยังเป็นที่ตาบอด ไม่มีทางเข้าออก โดยออกโฉนดทำขึ้นเมื่อปี ๒๕๕๑ซึ่งพื้นที่ทั้งหมดกลุ่มนายทุนได้มีการใช้ประโยชน์ในพื้นที่เรื่อยมาเป็นเงินจำนวนมหาศาล ทั้งจากค่าเวนคืนที่ดินในการสร้างถนนพาดผ่านพื้นที่ จำนวน ๒ล้านบาท มีการนำที่ดินเข้าขอสินเชื่อกับธนาคาร จำนวน ๑๔ล้าน มีการปลูกยูคาลิปตัสตัดขายแล้ว ๔ครั้ง ได้เงินกว่า ๖ล้านบาท
นายบัวผัน สุขนิจ อายุ ๕๖ ปี อดีต อบต.กุดลาด หนึ่งในชาวบ้านที่เคยต่อสู้คัดค้านการออกโฉนดของกลุ่มนายทุนกล่าวว่าพื้นที่ดังกล่าวแต่เดิมเป็นที่สาธารณะประโยชน์ชาวบ้าน มีแหล่งน้ำอุดมไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติ หล่อเลี้ยงชุมชน แต่หลังนายทุนได้เอกสารสิทธิ์การครอบครองได้มีการปักป้ายไม่ให้มีการบุกรุก เข้ามาในพื้นที่ มีการถมดินหนองน้ำ ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไป ตนและกลุ่มชาวบ้านจึงอยากได้ที่ดินสาธารณะประโยชน์พื้นนี้กลับคืนมาสู่ชุมชน
นายคันฉัตร ตันเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี หลังรับทราบข้อมูลในที่ประชุมทำให้น่าเชื่อว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่สาธารณะ มีขั้นตอนการได้มาโดยมิชอบ ทั้งนี้คณะกรรมการในที่ประชุมมีความเห็นพิจารณาให้ดำเนินการตรวจสอบตามหลักฐาน เพื่อเพิกถอนโฉนดที่ดินทั้ง ๔๖ แปลง ดำเนินคดีทั้งทางแพ่ง และทางอาญากับผู้ครอบครองที่เข้ายึดถือครอบครองที่สาธารณะประโยชน์ของรัฐโดยมิชอบ ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามความผิดทางวินัย ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดจะให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุบลราชธานี เป็นหน่วยงานที่รับเรื่องมาดำเนินการตามความเห็นของส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยหลังการประชุมแล้วคณะทำงานทั้งหมดได้ลงตรวจสอบพื้นที่จริงด้วย